โรงงานจะเลือกหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดเท่าไร เริ่มจากข้อมูลโหลดอะไรบ้าง
คำถามเรื่องขนาดหม้อแปลงมักเริ่มจากรายชื่อเครื่องจักร แต่คำตอบที่ใช้ได้จริงต้องรู้ด้วยว่าเครื่องใดทำงานพร้อมกัน ช่วงไหน และโรงงานจะขยายเพิ่มหรือไม่

เลือกหม้อแปลงจากอะไร?
เริ่มจากกำลังไฟสูงสุดที่โรงงานจะใช้พร้อมกัน แล้วพิจารณาตัวประกอบกำลัง (สัดส่วนกำลังไฟที่ทำงานจริงต่อกำลังไฟรวม) โหลดที่อาจเพิ่ม และเงื่อนไขของระบบไฟฟ้าเดิม ขนาดบนป้ายหม้อแปลงใช้หน่วย kVA จึงเทียบกับกำลังเครื่องจักรหน่วย kW ตรง ๆ ไม่ได้
การบวกตัวเลข kW บนป้ายเครื่องจักรทุกตัวเข้าด้วยกันมักไม่ตรงกับการใช้งานจริง เพราะบางเครื่องไม่ได้เดินพร้อมกัน แต่การเลือกจากค่าเฉลี่ยก็เสี่ยงต่ำเกินไปเมื่อมีช่วงผลิตสูง
ตัวอย่างวิธีคิดแบบง่าย
สมมติช่วงที่ใช้ไฟสูงสุด โรงงานต้องการกำลังไฟฟ้าจริง 160 kW และมีตัวประกอบกำลัง 0.8 กำลังปรากฏจะเท่ากับ 160 ÷ 0.8 = 200 kVA นี่เป็นเพียงค่าที่ใช้ทำความเข้าใจความต่างระหว่าง kW กับ kVA ยังสรุปขนาดหม้อแปลงที่จะสั่งซื้อไม่ได้
วิศวกรต้องตรวจโหลดกระชากตอนเริ่มเดินเครื่อง คุณภาพไฟ โหลดในอนาคต ระบบป้องกัน สายไฟ และข้อกำหนดการเชื่อมต่อ ก่อนเลือกขนาดและแบบติดตั้งจริง หากจะเพิ่มโซลาร์หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ ควรแจ้งตั้งแต่ต้น และดู ข้อจำกัดของระบบโซลาร์โรงงาน 100 kWp ร่วมด้วย
ข้อมูลที่ส่งให้ทีมออกแบบได้เลย
- บิลค่าไฟย้อนหลังและข้อมูลความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ถ้ามี
- รายการเครื่องจักร กำลังไฟ วิธีสตาร์ต และช่วงเวลาที่เดินพร้อมกัน
- แบบระบบไฟเดิม ขนาดหม้อแปลงเดิม และปัญหาที่พบ เช่น ไฟตกหรือเครื่องตัดบ่อย
- แผนขยายโรงงานในอีกไม่กี่ปี รวมถึงระบบโซลาร์หรือเครื่องชาร์จที่จะเพิ่ม
ถ้าไม่มีแบบเก่า เริ่มจากสำรวจหน้างานและวัดโหลดจริงก่อน การตัดสินใจด้วยรายการเครื่องจักรอย่างเดียวอาจทำให้ซื้อใหญ่เกินจำเป็น หรือไม่พอสำหรับวันที่ใช้ไฟสูง
อยากประเมินจากข้อมูลของหน้างานจริง?
ส่งข้อมูลเบื้องต้นให้ทีม PTH GREEN ช่วยดู ก่อนเลือกขนาดและขอบเขตงาน
อ่านต่อ
แหล่งข้อมูลประกอบ
บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไป การออกแบบจริงต้องตรวจข้อมูลและข้อกำหนดของหน้างาน