น้ำเสียโรงงานปาล์มผลิตก๊าซชีวภาพได้อย่างไร
น้ำเสียจากการสกัดน้ำมันปาล์มมีสารอินทรีย์สูง ถ้าจัดการในระบบที่เหมาะสม จุลินทรีย์สามารถเปลี่ยนส่วนหนึ่งเป็นก๊าซชีวภาพได้ แต่ไม่ใช่น้ำเสียทุกบ่อที่จะเก็บก๊าซไปใช้ได้ทันที

ก๊าซเกิดจากอะไร?
จุลินทรีย์ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจนย่อยสารอินทรีย์ในน้ำเสียโรงงานปาล์ม แล้วเกิดก๊าซชีวภาพซึ่งมีมีเทนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ระบบต้องควบคุมการรับน้ำเสียและเก็บก๊าซให้เหมาะ จึงจะนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ได้
น้ำเสียโรงงานปาล์มมักเรียกว่า POME ซึ่งย่อมาจาก Palm Oil Mill Effluent ปริมาณและความเข้มข้นเปลี่ยนตามกระบวนการผลิต จึงต้องตรวจน้ำจริงก่อนออกแบบ โดยอ่าน ค่า BOD และ COD ในน้ำเสีย ควบคู่กับอัตราการไหล
จากน้ำเสียไปเป็นพลังงาน มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
- รวบรวมน้ำเสียและปรับการไหลให้สม่ำเสมอ เพื่อลดช่วงที่ระบบได้รับน้ำหนักเกิน
- ส่งเข้าระบบย่อยแบบไม่ใช้อากาศ จุลินทรีย์ค่อย ๆ เปลี่ยนสารอินทรีย์เป็นก๊าซ
- เก็บก๊าซ ตรวจคุณภาพ และจัดการความชื้นหรือสิ่งเจือปนตามอุปกรณ์ที่จะใช้
- นำก๊าซไปใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือความร้อนตามการออกแบบ พร้อมบำบัดน้ำที่ออกจากระบบต่อ
ถ้าเป็นบ่อเปิดที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อเก็บก๊าซ การเกิดฟองก๊าซไม่ได้หมายความว่าสามารถต่อท่อไปใช้ได้เลย ต้องตรวจทั้งความปลอดภัยและคุณภาพก๊าซ
โรงงานควรเตรียมข้อมูลอะไร?
- ปริมาณน้ำเสียรายวัน ทั้งช่วงผลิตปกติและช่วงผลผลิตสูง
- ค่า COD, BOD, pH, อุณหภูมิ และข้อมูลน้ำมันหรือของแข็งในน้ำเสีย
- ผังบ่อเดิม พื้นที่ว่าง จุดใช้ไฟหรือความร้อน และตารางทำงานของโรงงาน
- ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและงบดูแลระบบที่ยอมรับได้
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประมาณทั้งขนาดระบบ ก๊าซที่อาจได้ และสิ่งที่ต้องปรับก่อนใช้ก๊าซจริง ตัวเลขก๊าซหรือรายได้จากโรงงานอื่นนำมาใช้แทนกันตรง ๆ ไม่ได้
PTH GREEN มี ผลงานระบบก๊าซชีวภาพของโรงงานปาล์ม หลายโครงการ ภาพและขนาดที่แสดงเป็นข้อมูลโครงการ ส่วนผลผลิตก๊าซจริงต้องดูข้อมูลเดินระบบของแต่ละแห่ง
อยากประเมินจากข้อมูลของหน้างานจริง?
ส่งข้อมูลเบื้องต้นให้ทีม PTH GREEN ช่วยดู ก่อนเลือกขนาดและขอบเขตงาน
อ่านต่อ
แหล่งข้อมูลประกอบ
บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไป การออกแบบจริงต้องตรวจข้อมูลและข้อกำหนดของหน้างาน